ผ่าตัดลดขนาดเต้านมเพศชาย/Male Breast Reduction

การผ่าตัดลดขนาดเต้านมเพศชาย

ก้อนเต้านมในเพศชาย (GENECOMASTIA) มีโอกาสพบได้ในทุกวัยตั้งแต่แรกเกิด ,วัยรุ่น,ผู้ใหญ่ จนถึงวัยชรา โดยมากจะพบในวัยรุ่นมากกว่าวัยอื่นๆ โดยที่การโตของเต้านมอาจเกิดข้างเดียวหรืออาจโตทั้งสองข้างได้ การผ่าตัดแก้ไขก้อนที่เต้านมเพศชาย เป็นการผ่าตัดที่ช่วยคืนความมั่นใจในรูปร่างของผู้ชายสร้างความเชื่อมั่นและ เพิ่มความมั่นใจในการทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาที่ต้องถอดเสื้อให้เห็นหน้าอก สามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปและสวมเสื้อบางๆได้

 

สาเหตุของการเกิดก้อนเต้านมในเพศชาย

บ่อยครั้งที่อาจไม่สามารถค้นพบสาเหตุการเกิด แต่โดยทั่วไปการเกิดก้อนเต้านม อาจเกิดได้โดยภาวะดังนี้

          การเปลี่ยนแปลงตามปกติของร่างกาย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามวัยโดยในระยะการเจริญเติบโต บางรายจะมีการเปลี่ยนแปลง ระดับสัดส่วนของฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง โดยที่อาจมีการเสียสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงมากกว่าปกติ

          โรคตับบางชนิด หรือการดื่มเหล้าเป็นประจำจนมีภาวะตับแข็ง

          อ้วนมาก

          การใช้สารสเตียรอยด์หรือกัญชา

          ยาบางชนิด ยังพบว่าเป็นสาเหตุของก้อนที่เต้านมเพศชายได้บ่อย ได้แก่

                 ยาลดกรด-CIMETIDINE, LOSEC

                 ยาฆ่าเชื้อรา KETOCONAZONE หรือยาฆ่าเชื้อกลุ่ม METRONIDAZOLE

                 ยารักษาวัณโลก

                 แอมเฟตามินและเมทาโดน

                 ยาต้านการซึมเศร้า

                 ฮอร์โมนเพศหญิง

                 ยาเคมีบำบัดบางชนิด

                 สเตียรอยด์

          ความผิดปกติของโครโมโซม เรียกว่า KLINEFELTER SYNDROME มักมีความผิดปกติอยู่เกี่ยวบ้าง เช่น อัณฑะขนาดเล็ก, การพัฒนาช้า โดยทั่วไปการเกิดก้อนที่เต้านมในเพศชายไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิด มะเร็งของเต้านมเมื่อเทียบกับคนปกติ ยกเว้นในภาวะโครโมโซมผิดปกติ

 

แนวทางการรักษาโดยไม่ผ่าตัด

          ตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติและรักษาที่สาเหตุ เช่น หยุดยาบางชนิดก้อนเต้านมจะลดลงหลังจากหยุดยา แต่ถ้าหลังจากหยุดยาหรือรักษาสาเหตุแล้ว ก้อนไม่เล็กลงอีก จึงพิจารณาผ่าตัดหลังจาก 1 ปี

          ในก้อนเต้านมในวัยรุ่น มีการหายได้เองแต่ถ้าไม่หายใน 2 ปี จึงพิจารณาผ่าตัด

          ในคนที่อ้วนมาก การลดน้ำหนักจะช่วยให้ก้อนที่เต้านมมีขนาดเล็กลง

 

การรักษาโดยการผ่าตัด


          การผ่าตัดเอาก้อนออก [Excision] ทำในกรณีก้อนเต้านมเป็นก้อนเนื้อนมเป็นหลักการเปิดแผลผ่าตัดและตัดก้อนออกอาจลงแผลได้หลายแบบ ดังนี้

                 แผลใต้ปานนม [Subareolar] ลงที่รอยต่อของผิวสีเข้มและสีขาววิธีนี้แผลจะดีที่สุดเป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่ สุดและแพทย์จะพยายามเลือกวิธีนี้เป็นวิธีหลักยกเว้นว่าจะมีปัญหาต้องตัดผิว หนังเพิ่มจึงเลือกใช้วิธีอื่น

                 แผลเป็นกลางปานนม [Transareolar] ทำในกรณีที่ต้องการตัดปานนมบางส่วนหรือต้องการลดขนาดหัวนมร่วมด้วย

                 แผลใต้ราวนม [Inframamary] ในบางคนที่ก้อนค่อนข้างใหญ่และเริ่มมีการคล้อยของเต้านมเล็กน้อยอาจใช้แผลนี้ได้
การผ่าตัดเอาเต้านมออกมักเหลือฐานนมเนื้อนมที่อยู่ใต้ปานนมไว้ ไม่ได้เอาออกทั้งหมดเพราะถ้าตัดเนื้อนมออกหมดจะทำให้ปานนมบุ๋มลงไปต่ำกว่า เนื้อหน้าอกที่อยู่รอบปานนมดูไม่สวยงาม

 

           การดูดไขมัน [Liposuction]

ในกรณีที่เต้านมมีส่วนประกอบเป็นไขมันเป็นส่วนใหญ่ การดูดไขมันเป็นอย่างเดียวมักใช้ได้ผลดีและมี ข้อดีคือมีแผลเป็นมีขนาดเล็กมากการผ่าตัดทำโดยเปิดแผลบริเวณปานนมใต้ราวนม หรือบริเวณรักแร้แล้วแต่ตำแหน่งที่จะดูด ฉีดยาชาผสมสารละลายน้ำเกลือในตำแหน่งที่จะดูดแล้วใส่ท่อ เพื่อทำการดูดไขมัน

การดูดไขมันโดยการใช้อัลตร้าซาวด์ โดยหวังว่าใช้อัลตร้าซาวด์ละลายเนื้อเต้านมให้ดูดออกได้อาจได้ผลไม่ดีเท่า กับการผ่าตัดเอาก้อนออกโดยตรง

 

          การใช้เทคนิคผสมผสานของการดูดไขมันและผ่าตัด

โดยทั่วไปแล้วคนที่มีก้อนที่เต้านมบางคนที่เป็นคนอ้วนหรืออายุมากจะมีไขมัน สะสมบริเวณหน้าอกและรอบเต้านม การผ่าตัดอย่างเดียวผลที่ได้หลังผ่าตัด อาจทำให้บริเวณก้อนบุ๋มลงไปกว่าบริเวณรอบๆในกรณีที่ตรวจพบว่ารอบๆก้อนเต้านมมีไขมันมากอาจทำการผ่าตัดดูดไขมันร่วมด้วย โดยเริ่มจากการดูดไขมันผ่านแผลใต้ปานนมบริเวณขอบนอกของเนื้อเต้านมก่อน แล้วทำการผ่าตัด เอาเนื้อนมออกหลังจากดูดไขมันแล้วโดยเอาเนื้อนมออกทางแผลเดียวกับที่ดูด ไขมัน

วิธีนี้มีข้อดีคือสามารถลดไขมันที่หน้าอกได้ด้วย ทำให้ผิวหนังหน้าอกบางลงมีไขมันสะสมลดลงเห็นลักษณะกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้นและ เห็นโครงสร้างหน้าอกของเพศชายชัดเจนขึ้นได้พอดีในคนที่เริ่มมีน้ำหนักเพิ่ม ขึ้นและเริ่มมีไขมันสะสม

 

          เทคนิคการเปิดแผลขนาดเล็กร่วมกับการดูดไขมัน [Miniincision Liposuction] 

เป็นเทคนิคการผ่าตัดแบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้แผลผ่าตัดขนาดเล็ก ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีแผลเป็นที่ปานนมที่ใช้ตัดก้อนเต้านม มีขนาดเล็กลงกว่าวิธีการดั้งเดิมช่วยให้เพิ่มความมั่นใจเวลาถอดเสื้อเดินชาย หาดหรือว่ายน้ำ เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับแผลเป็นขนาดใหญ่รูปครึ่งวงกลมที่อยู่รอบปานนม การผ่าตัดแบบนี้ต้องทำร่วมกับการดูดไขมัน เพื่อให้การดูดไขมันดูดเอาก้อน เนื้อเต้านมและไขมันส่วนใหญ่เหนือรอบๆ เต้านมออกให้มากที่สุดเพื่อให้เหลือเนื้อเต้านมน้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ตัด ออกทำแผลผ่าตัดขนาดเล็กได้ง่าย

 

เทคนิคการผ่าตัด ทำโดยวิธีการดูดไขมันแบบมาตรฐาน โดยฉีดน้ำเกลือผสมอดินาลีนและยาชาผ่านแผลเปิดขนาดเล็ก ที่หนังรักแร้ที่ปานนมหรือขอบล่างของเต้านม โดยใช้เข็มฉีดน้ำเกลือขนาด 2 มม. ฉีดน้ำเกลือผสมอรีนาลีนและยาชา หลังจากนั้นใช้หัวดูดไขมันขนาดเล็ก (3 - 5 ม.ม.)ดูดไขมันบริเวณหน้าอกรอบเต้านม และเหนือเต้านมจนเหลือไขมันที่ค่อนข้างบางพอ ในระหว่างนั้นตรวจดูความหนาของไขมันเทียมกับหน้าอกอีกข้างหนึ่ง ถ้ามีการดูดไขมันด้านข้างของกล้ามเนื้อด้วยแพทย์จะดูดไขมันที่ขอบกล้ามเนื้อ มากกว่าไขมันที่กลางหน้าอก หลังจากดูดไขมันเสร็จแพทย์จะตรวจดูขนาดของก้อนที่เต้านมออกที่เหลืออยู่หลัง จากนั้นจะเปิดแผลเป็นเล็กๆที่ขอบล่างของปานนม แล้วทำการตัดเนื้อเต้านมแยกจากผิวหนังและกล้ามเนื้อหน้าอก โดยใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดผ่านทางแผลขนาดเล็กจนก้อนเต้านมแยกออกจากผิวหนัง ทั้งหมดหลังจากเนื้อเต้านมถูกแยกจากผิวหนังและกล้ามเนื้อด้านล่างแพทย์จะแยก เต้านมออกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้สามารถเอาออกผ่านแผลขนาดเล็กได้จนหมด

เนื่องจากเทคนิคที่เป็นเทคนิคที่ใช้เวลาผ่าตัด นานกว่าปกติและต้องมีขบวนการแบ่งก้อนเต้านมออกเป็นชิ้นเล็กๆดังนั้นผู้ที่จะ สามารถเลือกวิธีนี้ได้ จึงไม่ควรมีเต้านมขนาดใหญ่เกินไป ก้อนส่วนใหญ่เป็นไขมันมากกว่าก้อนเนื้อเต้านม และไม่ควรมีการหย่อนยานของเต้านม

เทคนิคนี้เหมาะในคนที่มีเต้านมขนาดเล็กโดยที่มีไขมันอยู่บ้างจะได้ผลดี เป็นวิธีที่มีแผลเป็นขนาดเล็ก ช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับแผลเป็นขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นที่ปานนมหลังการผ่าตัด แบบอื่นนอกจากนั้นแล้วการดูดไขมันที่อยู่รอบๆก้อนเต้านมก็จะช่วยให้หน้าอก แบนราบลงด้วย


          เทคนิคที่ต้องตัดผิวหนังเพิ่ม

ในกรณีที่หน้าอกหย่อนยานขึ้นอาจต้องพิจารณาว่าจะลองตัดก่อนออกก่อนอย่าง เดียวตามเทคนิคที่ 1 และรอเวลาประมาณ 9 เดือน ถึง 1 ปี แล้วดูว่าผิวหนังมีการหย่อนอยู่หรือไม่ถ้ายังหย่อนก็ค่อยตัดผิวหนังออก หรือจะตัดผิวหนังส่วนเกินออกเลยในการผ่าตัดครั้งแรก กรณีที่ต้องตัดผิวหนังเพิ่มอาจใช้เทคนิคต่างๆ ดังนี้

                 เปิดแผลด้านข้างของปานนมเพิ่ม [Extended Semicircular] ในกรณีก่อนที่ต้องการตัดผิวหนังส่วนเกินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

                 แผลใต้ราวนม [Inframammary] โดยตัดผิวหนัง
ส่วนเกินและก้อนเต้านมทางแผลใต้ราวนมวิธีนี้จะไม่มีแผลที่ปานนมแต่หลังจาก ตัดแต่งผิวหนังหัวนมและปานนมจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงกว่าเดิมเทคนิคนี้จะใช้ ในกรณีที่หัวนมและปานนมยังอยู่สูงกว่าขอบล่างของเต้านม

                 แผลรอบปานนม [Circular]ในกรณีที่มีการหย่อนคล้อยเล็กน้อยและต้องการตัดแต่งผิวหนังน้อยๆ เทคนิคนี้แผลเป็นจะเป็นจีบรอบปานนมแต่ไม่สามารถลดขนาดของปานนมได้มาก เพราะจีบรอบๆจะใหญ่เกินไปรอยจีบจะหายไปประมาณ 2-3 เดือน

                 แผลเป็นตามขวาง [Transverse] ในกรณีที่ต้องตัดผิวหนังมากและต้องการลดขนาดปานนมด้วย

                 แผลใต้ราวนมและย้ายปานนม ทำโดยทำแผลใต้ราวนมโดยเก็บเส้นเลือดบางส่วนไว้แล้วย้ายปานนมและหัวนมขึ้นไป เปิดด้านบนผิวหนังที่สูงกว่าตำแหน่งเดิมวิธีนี้สามารถลดขนาดของปานนมแต่ไม่ ลดขนาดหัวนม

                 การทำกราฟ [Nipple Graft] กรณีที่เต้านมยานมากต้องตัดเต้านมออกทั้งหมดและเอาปานนมมาปะกราฟในตำแหน่งใหม่

                 การตัดแต่งผิวหนังรูปตัวที ในกรณีที่เต้านมใหญ่มากและยานมากแต่ไม่ต้องการตัดเนื้อเต้านมออกทั้งหมดสามารถตัดแต่งผิวหนังเดียวกับการลดขนาดหน้าอกผู้หญิงได้

                 การตัดผิวหนังทางด้านข้าง โดยในคนที่ผิวหนังยานมากและไม่ต้องการให้มีแผลเป็นด้านหน้าสามารถตัดผิวหนัง บริเวณใต้รักแร้ลงมาถึงด้านข้างมาเต้านมได้ ข้อเสียคือหัวนมและปานนมจะออกไปด้านข้างมากกว่าวิธีอื่น

                 การตัดผิวหนังหลังการผ่าตัดครั้งแรกจะใช้เทคนิคตัดแผลทางใต้ราวนมเป็นหลัก

  

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด


          การผ่าตัดไม่ควรทำในคนที่อ้วนมากและวางแผนที่จะลดน้ำหนักต่อควรรอให้น้ำหนักลดก่อนแล้วค่อยมาผ่าตัด

          หยุดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์ ก่อนผ่าตัด

          เตรียมลาหยุดงานประมาณ 3 - 7 วันแล้วแต่เทคนิคการผ่าตัด

          งดยาต้านการอักเสบ [Nsaid] เช่นแอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด

          สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

          ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์

          Check-up เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่นโรคต่างๆหรือยา Estrogen ,ยาฆ่าเชื้อรา

          กรณีที่มีน้ำหนักมากควรลดน้ำหนักก่อนผ่าตัด 

 

ขั้นตอนหลังผ่าตัด


          ฉีดยาชาหรือวางยาสลบตามที่ต้องลงกันไว้ก่อนผ่าตัด

          ถ้าก้อนเต้านมประกอบด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ทำการดูดไขมันเปิดแผลตำแหน่งที่จะ สอดท่อดูดไขมัน ฉีดน้ำผสมยาชาผสมอาดีนารีนและทำการดูดไขมันโดยใช้ท่อดูดไขมัน

          ถ้าทำการผ่าตัดเอาออกก่อนทำการฉีดยาชา ไต้ปานนมและรอบๆก้อนเต้านม ลงแผลใต้ปานนม,ตัดก้อนออกและเย็บปิดแผล

          กรณีที่ทำการผ่าตัดก้อนเต้านมร่วมกับการดูดไขมันจะทำการดูดไขมันก่อนแล้วจะ ตัดก้อนออกโดยผ่านแผลที่ปานนมทำการหยุดเลือดแล้วเย็บปิดแผล

          ในกรณีที่เต้านมคล้อยเพราะผิวหนังเกินต้องทำการผ่าตัดผิวหนังส่วนเกินออกเพื่อให้ผิวหนังหน้าอกตึงขึ้นทำการตัดก้อนที่เต้านมตัดผิวหนังและเย็บปิดแผลให้ตึง

          ถ้ามีการตัดผิวหนังเพิ่มหลังผ่าตัดอาจต้องใส่สายระบายน้ำเหลืองก่อนการเย็บแผล

          หลังผ่าตัดใช้ผ้ายืดพันรอบหน้าอกเพื่อให้เลือดหยุด 

 

การดูแลหลังผ่าตัด


          ถ้าดมยาสลบต้องพักที่โรงพยาบาล 1 - 2 คืน แต่ถ้าฉีดยาชาสามารถกลับบ้านได้เลย

          มีอาการบวมเขียวประมาณ 2 อาทิตย์

          วันที่ 3 หลังผ่าตัดเปิดผ้าพันแผลออกใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดรอบแผลเช้า-เย็น ทาแผลด้วยยาแก้อักเสบชนิดทา ถ้ามีสายระบายน้ำเหลืองจะเอาออกในวันที่ 2 - 3 หลังผ่าตัด

          แพทย์จะตัดไหมประมาณ 7 วัน

          เพื่อไม่ให้เลือดออกมากและลดอาการบวมอาจต้องใช้ผ้ารัดรอบหน้าอกประมาณ 1-2 อาทิตย์ และรัดเฉพาะเวลากลางคืนต่ออีก 1-2 อาทิตย์

          ถ้าเต้านมเดิมมีขนาดใหญ่มากอาจมีผิวหนังเกินเกิดรอยย่นรอบๆแผลผ่าตัดโดยทั่วไปรอยย่น ,จีบ จะดีขึ้นหลังผ่าตัดไปแล้ว 2 - 3 เดือน

          วันแรกหลังผ่าตัดสามารถเดินไปมาและทำกิจกรรมปกติได้

          งดการร่วมเพศ 1 - 2 อาทิตย์

          งดออกกำลังกายหนักๆกีฬา ที่มีการปะทะประมาณ 4 อาทิตย์

          วันที่ 3 สามารถทำงานตามปกติได้

          ระวังแผลผ่าตัดถูกแดดประมาณ 4 - 6 เดือน (อาจใช้ครีมกันแดดทาแผลขณะที่แดดออก)

          แผลเป็นและอาการบวมจะหายปกติในเวลา 3 เดือน

          หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายตามปกติ หรือยกของหนักประมาณ 6 อาทิตย์

          ถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติให้แจ้งให้แพทย์ทราบโดยด่วน

          หลังผ่าตัดเต้านม ด้านซ้ายและขวาอาจมีความแตกต่างกันได้บ้าง

 
 

A male breast reduction is the most effective known treatment for gynecomastia, or enlarged male breasts. This cosmetic surgery procedure removes excess fat and glandular tissue to restore a flatter, firmer and more masculine contour to the chest.

Due to genetics, use of certain medications, or other unspecified reasons, some men develop the appearance of enlarged breasts. It is estimated that up to 50% of men in the United States experience some degree of gynecomastia during their lifetime. Gynecomastia can present at any age, and male breast reduction can be performed safely and successfully on teenagers and adult men alike.

 

Treating Gynecomastia with Liposuction

Today, cosmetic surgeons are able to treat a growing number of gynecomastia patients using liposuction. This is due in part to advances in liposuction technology, which have resulted in a wider selection of less invasive techniques. However, surgeon skill plays an important role too, and it is important to choose a cosmetic surgeon who is trained in liposuction and has specific experience performing male breast reduction using liposuction. 

The procedure for treating gynecomastia with liposuction is typically performed using local anesthesia with sedation or general anesthesia, and involves a small incision on each side of the chest. Depending on your needs and your cosmetic surgeon’s preferred technique, incisions may be located along a portion of the edge of the areola or within the armpit. Through these incisions, your cosmetic surgeon will remove excess fat and/or glandular tissue, at the same time sculpting a new chest contour that looks natural to your body.

The recovery process following liposuction is typically quite tolerable. Patients are often given a compression garment to wear for the first few weeks after surgery; this helps to minimize swelling and offers support to the healing tissues. While vigorous exercise is typically off-limits for about 3 weeks, many men return to work or school within several days after their procedures. However, it is important to understand that everyone heals at a unique pace; your cosmetic surgeon will give you individualized instructions for recovery.

 

Male Breast Reduction with Tissue Excision

More severe cases of gynecomastia may require surgical tissue excision to achieve optimal results. Additionally, patients who have stretched, sagging skin around the breasts will usually require this approach. Tissue excisions allows a cosmetic surgeon to remove a greater amount of glandular tissue and/or skin that cannot be successfully treated with liposuction alone.

The location and length of the incisions depends on the extent of surgery needed, but are typically located around the edge of the areola (peri-areolar incision) or within the natural creases of the chest. A trained, qualified cosmetic surgeon will take care to place incisions so that the resulting scars are as inconspicuous as possible.

Male breast reduction with tissue excision is typically performed as an outpatient procedure using general anesthesia or local anesthesia with sedation. The recovery process is similar to that for liposuction; however, it is common for patients to experience soreness and some swelling. Typically, patients feel ready to return to work within 2 week of surgery, and a gradual return to exercise is usually permitted after the first couple of weeks.

 

What To Expect After Gynecomastia Surgery 

         Many patients say that the pain equivalent of gynecomastia is similar to having an extremely hard workout and/or skin sunburn. The pain is not sharp but more of an ache. 

         The body retains fluids in response to surgery so do not expect to see any immediate breast loss for the first 2-3 weeks. In the long run you will see more of a change in the way your clothes fit than a decrease in pounds. 

         Swelling and bruising are a normal expectation following surgery. Bruising could be apparent for as long as 3-4 months afterwards. The bruises will move down your body as they are absorbed. 

         It is normal to have an itching and/or numbness following surgery in the areas that underwent gynecomastia. This will gradually subside over the next 2-3 months.

 

Male Breast Reduction Surgery Recovery :

         After-surgery, at areas those suction performed, you may experience varying degree of bruises / discoloring and pain. Pain will go away from 3-7 days, while bruises will subside after 2-4 weeks.

         Keep strictly take medicines as doctor's prescription. These will be pain-control and anti-inflammatory sort of medicine. You must not take Aspirin (high probability to cause an easier bleeding and prolong bruises and healing time).

         The elastic band on (surgeon did wrap this around your incision site from the operation room ) must be worn AT ALL TIMES for THREE WEEKS. This is to minimize scaring, promote healing and maximize your postoperative result. You may remove the garment beginning on the 3rd day before showering.

         After 3 weeks you only need to wear the compression garment at night. Many patients continue to wear the garment for comfort.

         It is important to refrain from any strenuous activities for 3 weeks after surgery. Keep the heart rate below 100 beats per minute and do not lift objects heavier than 10 pounds. Gradually work to pre-surgical activities beginning slowly at the 2nd week and by the 3rd week you can resume all normal activity

 

<< BACK l  SURGERY  l NEXT >>

HOME  l  SKIN  l  SURGERY  l  PROMOTION  l  CONTACT

Visitors: 72,512